ขั้นที่ 5: การใส่สไตล์ให้กับลิงค์
navigation เมนูนั้นยังดูหน้าตาเหมือนรายการมากกว่าเมนู ดังนั้นเราจะใส่สไตล์เพิ่มเข้าไป เราจะเอาจุด(bullet)ที่ใช้แสดงรายการออกไปก่อน และย้ายรายการแต่ละรายการออกไปทางด้านซ้ายในตำแหน่งเดิมที่ใช้แสดงจุดในแต่ละรายการ นอกจากนั้นเราก็จะใส่พื้นหลังสีขาวและสี่เหลี่ยมสีดำ ให้แต่ละรายการ (ทำไมน่ะหรือ ไม่มีเหตุผลเฉพาะหรอกเพียงแต่ว่าเราสามารถทำได้)
นอกจากนี้เรายังไม่ได้ระบุวว่าสีที่ใช้ลิงค์เป็นสีอะไร ดังนั้นให้เพิ่มลงไปด้วยสีฟ้าใช้สำหรับลิงค์ที่ผู้อ่านยังมองไม่เห็นส่วนสีม่วงใช้สำหรับลิงค์ ที่ผู้อ่านคลิกเข้าไปดูแล้ว
<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD HTML 4.01//EN">
<html>
<head>
<title>My first styled page</title>
<style type="text/css">
body {
padding-left: 11em;
font-family: Georgia, "Times New Roman",
Times, serif;
color: purple;
background-color: #d8da3d }
ul.navbar {
list-style-type: none;
padding: 0;
margin: 0;
position: absolute;
top: 2em;
left: 1em;
width: 9em }
h1 {
font-family: Helvetica, Geneva, Arial,
SunSans-Regular, sans-serif }
ul.navbar li {
background: white;
margin: 0.5em 0;
padding: 0.3em;
border-right: 1em solid black }
ul.navbar a {
text-decoration: none }
a:link {
color: blue }
a:visited {
color: purple }
</style>
</head>
<body>
[etc.]
ใน HTML การสร้างลิงค์ทำได้โดยใช้ element <a> ดังนั้นเวลาที่เรระบุสีเราจะต้องใส่สไตล์ให้กับ “a” เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างลิงค์ที่เยี่ยม ชมแล้วกับลิงค์ที่ยังไม่ได้เยี่ยมชม CSS ได้กำหนดให้มี “pseudo-classes” (:link และ :visited) ที่เรียกว่า “pseudo-classes” เพื่อแยกแยะความ แตกต่างระหว่าง class attributes, ที่แสดงบน HTML โดยตรงตัวอย่างเช่น
class="navbar" ที่แสดงไว้ในตัวอย่างข้างต้นขั้นที่6: การเพิ่มเส้นแบ่งในแนวนอน
ส่วนที่เราจะเพิ่มเป็นส่วนสุดท้ายใน style sheet คือการใส่เส้นแบ่งในแนวนอนเพื่อแยกข้อความออกจากส่วนของลายเซ็นต์ในส่วนท้าย เราจะใช้ 'border-top' เพื่อเพิ่มเส้นแบ่งแบบจุดในส่วนบนของ element <address>
<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD HTML 4.01//EN">
<html>
<head>
<title>My first styled page</title>
<style type="text/css">
body {
padding-left: 11em;
font-family: Georgia, "Times New Roman",
Times, serif;
color: purple;
background-color: #d8da3d }
ul.navbar {
list-style-type: none;
padding: 0;
margin: 0;
position: absolute;
top: 2em;
left: 1em;
width: 9em }
h1 {
font-family: Helvetica, Geneva, Arial,
SunSans-Regular, sans-serif }
ul.navbar li {
background: white;
margin: 0.5em 0;
padding: 0.3em;
border-right: 1em solid black }
ul.navbar a {
text-decoration: none }
a:link {
color: blue }
a:visited {
color: purple }
address {
margin-top: 1em;
padding-top: 1em;
border-top: thin dotted }
</style>
</head>
<body>
[etc.]
ตอนนี้การใส่สไตล์ของเราก็เสร็จสมบูรณ์ต่อไปเราจะมาดูว่าเราจะแยก style sheet ไว้อีกไฟล์ได้อย่างไรเพื่อที่ว่าหน้าอื่นสามารถใช้สไตล์ร่วมกันได้
ขั้นที่ 7: การใส่ STYLE SHEET แยกไฟล์
ตอนนี้เรามีไฟล์ HTML ที่มี style sheet ฝังอยู่แต่หาก เวบไซด์ของเรามีเนื้อหาเพิ่มมากขึ้นเราอาจจะต้องการให้หน้าแต่ละหน้าสามารถใช้สไตล์ร่วม กันได้ ซึ่งมีวิธีที่ดีกว่าการก๊อปปี้ style sheet ลงไปในทุกๆหน้า นั่นก็คือหากเราใส่ style sheet แยกไฟล์ไว้ทุกๆหน้าเวบก็สามารถเรียกสไตล์มาใช้ ได้โดยตรง
ในการสร้างไฟล์สำหรับ style sheet เราต้องสร้างไฟล์ text เปล่าขึ้นมาอีกหนึ่งไฟล์ คุณสามารถทำได้โดยเลือก “New” จากเมนู File ในโปรแกรม แก้ไขเพื่อสร้างหน้าเปล่าขึ้นมาหนึ่งหน้า (ถ้าคุณใช้โปรแกรม TextEdit อย่าลืมว่าต้องแก้ไขให้เป็นข้อความธรรมดาก่อนโดยเลือกได้จากเมนู Format)
หลังจากนั้นให้ตัดและวางทุกส่วนที่อยู่ใน element <style> จากไฟล์ HTML ลงไปยังหน้าใหม่แต่อย่าก๊อปปี้ตัว element <style> และ </style> เอง เพราะเป็นส่วนที่ใช้กับ HTML ไม่ใช่ CSS ในหน้าใหม่ของโปรแกรมแก้ไข ควรจะมี style sheet ที่ครบสมบูรณ์ดังนี้
body {
padding-left: 11em;
font-family: Georgia, "Times New Roman",
Times, serif;
color: purple;
background-color: #d8da3d }
ul.navbar {
list-style-type: none;
padding: 0;
margin: 0;
position: absolute;
top: 2em;
left: 1em;
width: 9em }
h1 {
font-family: Helvetica, Geneva, Arial,
SunSans-Regular, sans-serif }
ul.navbar li {
background: white;
margin: 0.5em 0;
padding: 0.3em;
border-right: 1em solid black }
ul.navbar a {
text-decoration: none }
a:link {
color: blue }
a:visited {
color: purple }
address {
margin-top: 1em;
padding-top: 1em;
border-top: thin dotted }
ให้เลือก “Save As…” จากเมนู File ต้องแน่ใจว่าได้เซฟไว้อยู่ในส่วนหรือแฟ้มเดียวกันกับไฟล์ mypage.html และให้เซฟ style sheet เป็น “mystyle.css”
ตอนนี้ให้กลับไปยังหน้าที่มีโคด HTML ให้เอาทุกอย่างออกเริ่มตั้งแต่ tag <style> จนถึง tag </style> และแทนที่ด้วย element <link> ดังนี้
<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD HTML 4.01//EN"> <html> <head> <title>My first styled page</title> <link rel="stylesheet" href="mystyle.css"> </head> <body> [etc.]
ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่บอกบราวเซอร์ว่า style sheet จะอยู่ในไฟล์ที่ชื่อว่า “mystyle.css” และเนื่องจากไม่ได้มีการบอกถึงส่วนที่เก็บไฟล์ บราวเซอร์จะดูจากส่วน ที่เก็บไฟล์เดียวกันกับไฟล์ HTML
หากคุณเซฟไฟล์ HTML และโหลดใหม่ในบราวเซอร์ คุณอาจจะมองไม่เห็นถึงความแตกต่างเพราะหน้าเวบยังคงมีสไตล์เดิมแต่ตอนนี้สไตล์จะมาก จากไฟล์ที่อยู่ข้างนอก
ผลสุดท้ายที่ได้
ขั้นตอนต่อไปก็คือการวางทั้งไฟล์ mypage.html และ mystyle.css บนเวบไซด์ของคุณ (ซึ่งคุณอาจจะต้องการแก้ไขก่อนเล็กน้อย) แต่ส่วนวิธีการวางอย่าง ไรนั้นขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ทของคุณ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น